Where to go - Eating out

528

07 ก.พ. 2561

link Print

ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ


ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ


เดี๋ยวนี้ทานอาหารต้องมีบรรยากาศ เปรี้ยวปากเช็คอินพาไปกินลมชมวิวที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden ชั้น 52 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เหมาะกับพาคนพิเศษมาดินเนอร์มื้อเย็นทานไปชมวิวเมืองกรุงยามเย็น


อาหารไทยที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานระหว่างอาหารไทยและเทคนิคของอาหารต่างชาติเข้าด้วยกันยังคงรสชาติอาหารไทยไว้ แต่ละจานก็สร้างสรรค์สวยงามจนต้องขอยกกล้องขึ้นมาถ่ายก่อนลงมือชิม


เริ่มกันที่ "ของว่างรวม" (790 บาท)  สะเต๊ะไก่ กุ้งโสร่งทอด ยำส้มโอ ปอเปี๊ยะปลาฟูม้วนเป็นโรล


ตัดด้วย "ซุปคาปูชิโน่ดอกโสนกับหอยเชลล์ย่าง"  เมนูนี้หน้าตาฝรั่งแต่รสชาติสไตล์ไทย เติมมะนาวนิดนึงเพิ่มความเปรี้ยวทำให้เมนูนี้ไม่หนักท้องเกินไป


"ยำแซลมอน" (590 บาท) หอมใบแมงลักที่ใส่มาเติมกลิ่นเฉพาะตัว เสิร์ฟมาพร้อมดอกไม้ที่สามารถทานได้ จัดจ้านแบบน้ำยำถึงเครื่อง


ส่วนเมนูนี้ก็เสิร์ฟแบบพอคำ "กุ้งย่างพริกสดเสิร์ฟคู่กับข้าวตัง"


ถ้าชนะเลิศเรื่องความสวย ยกให้จานนี้ "ยำมะเขือยาวปู" เพิ่มคาเวียร์ ใส่แผ่นทองคำทานได้


เมนูใต้อย่าง "แกงกะทิปูใบชะพลูกับขนมจีนไข่ต้ม" (870 บาท) ถึงเครื่องหร่อยแรงๆแบบชาวใต้ ใครที่กำลังมองหาร้านดินเนอร์ บรรยกาศดี อาหารไทยอร่อย Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ มีครบจบที่เดียว

INFO

ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ

ห้องอาหาร Saffron Sky Garden ชั้น 52 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ

0-2679-1200

Car park

Nearby

  • Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน

    Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน Mamarin ชื่อร้านที่มีที่มาเก๋ๆ ผสมกันระหว่างคำว่า ‘หม่าม้า’ และคำว่า ‘มารินทร์’ เป็นชื่อคุณแม่ของคุณเค้ก B5 เจ้าของร้าน บอกเล่าความอร่อยในแบบ Home Cooking จากมือและใจของแม่สู่ลูกค้า ขอเริ่มจากของทานเล่น “กุ้งแพทอดกรอบ” (85 บาท) ที่เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มอาจาด ยังมีของทานเล่น เต้าหู้ทอด แผ่นเกี๊ยวทอด สั่งมาทานเพลินๆ “ก๋วยเตี๋ยวแห้งเย็นตาโฟ” (89 บาท) ซอสเข้มข้นมาก มาพร้อมน้ำซุปดั้งเดิมแบบแยกต่างหาก ที่สำคัญยังเพิ่มเครื่องเคียงอย่างหมึกสด เต้าหู้ทอดและกุ้งแพทอดกรอบให้ได้เคี้ยวกันแบบเพลินๆ ใครที่ชอบรสชาติจัดจ้านต้อง “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกสด” (เริ่มต้น 89 บาท) เพิ่มมะนาว พริกขี้หนูสด และถั่วลิสงคั่วใหม่สับหยาบๆ อร่อยครบรส เมนูคลาสสิกต้องยกให้ “ก๋วยเตี๋ยวน้ำดั้งเดิม” (เริ่มต้น 89 บาท) ความพิเศษจะอยู่ที่น้ำซุปบ้านบึงแบบดั้งเดิมที่เคี่ยวได้รสที่กลมกล่อม ยังมาพร้อมเครื่องเคียงหมูบะช่อผสมหมึกแห้ง กุ้งแห้ง หมูสไลด์ คาตั๊งหรือเนื้อหมูส่วนติดกระดูก ตับ เกี๊ยวแผ่นทอด และกระเทียมเจียวหอมๆ

    กรุงเทพฯ

  • ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ

    ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ทานอาหารต้องมีบรรยากาศ เปรี้ยวปากเช็คอินพาไปกินลมชมวิวที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden ชั้น 52 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เหมาะกับพาคนพิเศษมาดินเนอร์มื้อเย็นทานไปชมวิวเมืองกรุงยามเย็น อาหารไทยที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานระหว่างอาหารไทยและเทคนิคของอาหารต่างชาติเข้าด้วยกันยังคงรสชาติอาหารไทยไว้ แต่ละจานก็สร้างสรรค์สวยงามจนต้องขอยกกล้องขึ้นมาถ่ายก่อนลงมือชิม เริ่มกันที่ "ของว่างรวม" (790 บาท)  สะเต๊ะไก่ กุ้งโสร่งทอด ยำส้มโอ ปอเปี๊ยะปลาฟูม้วนเป็นโรล ตัดด้วย "ซุปคาปูชิโน่ดอกโสนกับหอยเชลล์ย่าง"  เมนูนี้หน้าตาฝรั่งแต่รสชาติสไตล์ไทย เติมมะนาวนิดนึงเพิ่มความเปรี้ยวทำให้เมนูนี้ไม่หนักท้องเกินไป "ยำแซลมอน" (590 บาท) หอมใบแมงลักที่ใส่มาเติมกลิ่นเฉพาะตัว เสิร์ฟมาพร้อมดอกไม้ที่สามารถทานได้ จัดจ้านแบบน้ำยำถึงเครื่อง ส่วนเมนูนี้ก็เสิร์ฟแบบพอคำ "กุ้งย่างพริกสดเสิร์ฟคู่กับข้าวตัง"ถ้าชนะเลิศเรื่องความสวย ยกให้จานนี้ "ยำมะเขือยาวปู" เพิ่มคาเวียร์ ใส่แผ่นทองคำทานได้ เมนูใต้อย่าง "แกงกะทิปูใบชะพลูกับขนมจีนไข่ต้ม" (870 บาท) ถึงเครื่องหร่อยแรงๆแบบชาวใต้ ใครที่กำลังมองหาร้านดินเนอร์ บรรยกาศดี อาหารไทยอร่อย Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ มีครบจบที่เดียว

    กรุงเทพฯ

  • บ้านผัดไทยอร่อยระดับมิชลินไกด์

    เปรี้ยวปากพาไปเช็คอินร้านบ้านผัดไทยที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ การันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018  ต้องบอกเลยว่าผัดไทยที่นี้ เก๋ที่สุดอีกร้านที่เคยไปมาเพราะตกแต่งย้อนยุคเน้นสีฟ้าตัดกับงานไม้ที่สื่อถึงยุค80 และสดๆร้อนๆ กับรางวัลการันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018 ต้องขยายนิดนึงคือรางวัลนี้ทางมิชลินจะมอบให้ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี คุ้มค่าคุ้มราคาที่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่ออาหาร 3 คอร์ส ไม่รวมเครื่องดื่ม แม้แต่เชฟและร้านเองยังเซอร์ไพรส์เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าได้รับรางวัลจนมาเห็นชื่อร้านในไกด์บุค มาดูที่พระเอกของร้าน ผัดไทยปูม้า (280 บาท) เนื้อปูก้อนเน้นชิ้นโตผัดกับเส้นจันท์ ซึ่งความพิเศษจะใช้มันปูและไข่ปูผัดลงไป ส่วนตัวซอสผัดไทยก็จะประกอบด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊ป และเครื่องปรุงอีกกว่า 18 อย่างผสมลงไปผัดไทยไก่ย่าง (190 บาท) ทางร้านอะแดปเป็นทางเลือกไม่จำเจ ซึ่งจะใช้ไก่ส่วนสะโพกนำไปหมักกับน้ำผึ้ง ย่างจนหอมเข้าเนื้อ ไก่ทอดสมุนไพร (190 บาท) งานออเดิร์ฟ เสิร์ฟมาในซุ้มไก่เล็กๆ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิถีคนไทยในสมัยก่อน เมี่ยงคะน้า (150 บาท) ทางร้านจะใช้ใบคะน้าอ่อนออแกนิกส์ และเปลี่ยนจากใส่กุ้งแห้งมาเป็นไก่รวนซีอิ๊ว คนที่แพ้กุ้งทานได้ค่ะ และกรุบกรอบด้วยกากหมู

    กรุงเทพฯ

Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน

Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน Mamarin ชื่อร้านที่มีที่มาเก๋ๆ ผสมกันระหว่างคำว่า ‘หม่าม้า’ และคำว่า ‘มารินทร์’ เป็นชื่อคุณแม่ของคุณเค้ก B5 เจ้าของร้าน บอกเล่าความอร่อยในแบบ Home Cooking จากมือและใจของแม่สู่ลูกค้า ขอเริ่มจากของทานเล่น “กุ้งแพทอดกรอบ” (85 บาท) ที่เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มอาจาด ยังมีของทานเล่น เต้าหู้ทอด แผ่นเกี๊ยวทอด สั่งมาทานเพลินๆ “ก๋วยเตี๋ยวแห้งเย็นตาโฟ” (89 บาท) ซอสเข้มข้นมาก มาพร้อมน้ำซุปดั้งเดิมแบบแยกต่างหาก ที่สำคัญยังเพิ่มเครื่องเคียงอย่างหมึกสด เต้าหู้ทอดและกุ้งแพทอดกรอบให้ได้เคี้ยวกันแบบเพลินๆ ใครที่ชอบรสชาติจัดจ้านต้อง “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกสด” (เริ่มต้น 89 บาท) เพิ่มมะนาว พริกขี้หนูสด และถั่วลิสงคั่วใหม่สับหยาบๆ อร่อยครบรส เมนูคลาสสิกต้องยกให้ “ก๋วยเตี๋ยวน้ำดั้งเดิม” (เริ่มต้น 89 บาท) ความพิเศษจะอยู่ที่น้ำซุปบ้านบึงแบบดั้งเดิมที่เคี่ยวได้รสที่กลมกล่อม ยังมาพร้อมเครื่องเคียงหมูบะช่อผสมหมึกแห้ง กุ้งแห้ง หมูสไลด์ คาตั๊งหรือเนื้อหมูส่วนติดกระดูก ตับ เกี๊ยวแผ่นทอด และกระเทียมเจียวหอมๆ

กรุงเทพฯ

ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ

ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ทานอาหารต้องมีบรรยากาศ เปรี้ยวปากเช็คอินพาไปกินลมชมวิวที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden ชั้น 52 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เหมาะกับพาคนพิเศษมาดินเนอร์มื้อเย็นทานไปชมวิวเมืองกรุงยามเย็น อาหารไทยที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานระหว่างอาหารไทยและเทคนิคของอาหารต่างชาติเข้าด้วยกันยังคงรสชาติอาหารไทยไว้ แต่ละจานก็สร้างสรรค์สวยงามจนต้องขอยกกล้องขึ้นมาถ่ายก่อนลงมือชิม เริ่มกันที่ "ของว่างรวม" (790 บาท)  สะเต๊ะไก่ กุ้งโสร่งทอด ยำส้มโอ ปอเปี๊ยะปลาฟูม้วนเป็นโรล ตัดด้วย "ซุปคาปูชิโน่ดอกโสนกับหอยเชลล์ย่าง"  เมนูนี้หน้าตาฝรั่งแต่รสชาติสไตล์ไทย เติมมะนาวนิดนึงเพิ่มความเปรี้ยวทำให้เมนูนี้ไม่หนักท้องเกินไป "ยำแซลมอน" (590 บาท) หอมใบแมงลักที่ใส่มาเติมกลิ่นเฉพาะตัว เสิร์ฟมาพร้อมดอกไม้ที่สามารถทานได้ จัดจ้านแบบน้ำยำถึงเครื่อง ส่วนเมนูนี้ก็เสิร์ฟแบบพอคำ "กุ้งย่างพริกสดเสิร์ฟคู่กับข้าวตัง"ถ้าชนะเลิศเรื่องความสวย ยกให้จานนี้ "ยำมะเขือยาวปู" เพิ่มคาเวียร์ ใส่แผ่นทองคำทานได้ เมนูใต้อย่าง "แกงกะทิปูใบชะพลูกับขนมจีนไข่ต้ม" (870 บาท) ถึงเครื่องหร่อยแรงๆแบบชาวใต้ ใครที่กำลังมองหาร้านดินเนอร์ บรรยกาศดี อาหารไทยอร่อย Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ มีครบจบที่เดียว

กรุงเทพฯ

บ้านผัดไทยอร่อยระดับมิชลินไกด์

เปรี้ยวปากพาไปเช็คอินร้านบ้านผัดไทยที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ การันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018  ต้องบอกเลยว่าผัดไทยที่นี้ เก๋ที่สุดอีกร้านที่เคยไปมาเพราะตกแต่งย้อนยุคเน้นสีฟ้าตัดกับงานไม้ที่สื่อถึงยุค80 และสดๆร้อนๆ กับรางวัลการันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018 ต้องขยายนิดนึงคือรางวัลนี้ทางมิชลินจะมอบให้ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี คุ้มค่าคุ้มราคาที่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่ออาหาร 3 คอร์ส ไม่รวมเครื่องดื่ม แม้แต่เชฟและร้านเองยังเซอร์ไพรส์เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าได้รับรางวัลจนมาเห็นชื่อร้านในไกด์บุค มาดูที่พระเอกของร้าน ผัดไทยปูม้า (280 บาท) เนื้อปูก้อนเน้นชิ้นโตผัดกับเส้นจันท์ ซึ่งความพิเศษจะใช้มันปูและไข่ปูผัดลงไป ส่วนตัวซอสผัดไทยก็จะประกอบด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊ป และเครื่องปรุงอีกกว่า 18 อย่างผสมลงไปผัดไทยไก่ย่าง (190 บาท) ทางร้านอะแดปเป็นทางเลือกไม่จำเจ ซึ่งจะใช้ไก่ส่วนสะโพกนำไปหมักกับน้ำผึ้ง ย่างจนหอมเข้าเนื้อ ไก่ทอดสมุนไพร (190 บาท) งานออเดิร์ฟ เสิร์ฟมาในซุ้มไก่เล็กๆ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิถีคนไทยในสมัยก่อน เมี่ยงคะน้า (150 บาท) ทางร้านจะใช้ใบคะน้าอ่อนออแกนิกส์ และเปลี่ยนจากใส่กุ้งแห้งมาเป็นไก่รวนซีอิ๊ว คนที่แพ้กุ้งทานได้ค่ะ และกรุบกรอบด้วยกากหมู

กรุงเทพฯ

Recommended by (sponsor)

  • เมนูภูเก็ตพื้นบ้าน หร่อยแรงๆ ต้อง ร้านต้นมะยม

    ใครที่มองหาอาหารรสจัด เผ็ดร้อนตามสไตล์อาหารใต้ ห้ามพลาดกับ "ร้านต้นมะยม" ร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ตแท้ๆ ราคาไม่แรง รสแซ่บถึงใจ เป็นร้านเล็กๆ อบอุ่นเหมือนนั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน เมนูเด็ด "ขนมจีนแกงไตปลา" (60 บาท/สำหรับ 2 ที่) เพิ่มความหอมด้วยปลาโอย่าง ความพิเศษอีกอย่างคือจะใส่มะละกอแขกดำที่เกือบสุกลงไปเพื่อให้ได้ความกลมกล่อมขึ้น "น้ำพริกปลาฉิ้งฉ้าง" (120-150 บาท)  เป็นน้ำพริกกะปิ โรยหน้าด้วยปลาฉิ้งฉ้างทอดกรอบ "แกงจืดเต้าหู้ปลาเค็ม" (80 บาท) หอมปลาเค็มที่นำไปคั่วกับหมูสามชั้น "ปลาเจี๋ยน" (120-150 บาท) ความอร่อยของจานนี้อยู่ที่ปลาทอดมีความกรอบเข้าไปซึมในน้ำซีอิ๊ว "ผัดหมูเคยเค็ม" (150 บาท) จะใช้หมูเอี่ยมต้อ ที่อยู่ใต้อกตรงราวนมของหมู ซึ่งเป็นส่วนที่หายากมากและมีความอร่อยมาผัดกับเคยเค็มดอง  "แกงปลามงใส่หยวกกล้วย" เมนูที่ไม่ค่อยจะได้ยินกัน สูตรเด็ดอยู่ที่การใส่ส้มแขกลงไปด้วยเพื่อให้รสชาติที่กลมกล่อมขึ้น สัมผัสของปลามงเนื้อจะไม่นิ่มจนเกินไปเวลาทาน

  • อาหารพื้นเมืองภูเก็ต แปลก อร่อย ต้อง “ร้านตาทวย”

    ไปภูเก็ตกินร้านไหนดี? เปรี้ยวปากขอยกให้ "ร้านตาทวย" ร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่มีเมนูหาทานยาก ใครอยากลิ้มลองอาหารท้องถิ่นแปลกใหม่ในบรรยากาศร่มรื่นเอกลักษณ์ตัวร้านจะตกแต่งเหมือนป่า มีน้ำตกเล็กๆให้ความสดชื่น เมนูเด็ด หร่อยจังฮู้ "หอยแครงป้าเหนียวลวกจิ้ม" ของหายากที่มีแค่ 2 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น!!! ต้องโทรมาเช็คก่อนเพราะหอยแครงป้าเหนียวนี่จะจับได้เฉพาะเวลาน้ำลงช่วงขึ้น 15 ค่ำเท่านั้น เคล็ดลับคือเค้าจะลวกแป๊ปเดียวเพื่อคงความหวานของเนื้อหอยไว้ “ส้มตำสาหร่าย” จะใช้สาหร่ายเม็ดพริกไทยซึ่งจะมีความเค็มน้อยกว่าสาหร่ายพวงองุ่นแบบสดๆ มาเสิร์ฟคู่กับน้ำส้มตำไทยรสชาติแซ่บถูกใจเว่อร์ “เพรียงทรายผัดกะปิสะตอ” ซึ่งตัวเพรียงทรายนี่จะอาศัยอยู่บริเวณที่สมบูรณ์เท่านั้น ลักษณะจะคล้ายๆกับหอยหลอดเอาไปผัดกับกะปิของท้ายเหมืองที่รสชาติจะไม่เค็มเกินไป มีกลิ่นหอมเปรี้ยวๆค่ะ ปรุงรสถึงใจมากๆ “ยำดอกถั่วเล” แค่เห็นก็สะดุดกับความสวยของจานนี้ ดอกถั่วเล เป็นดอกไม้ที่ขึ้นอยู่ตามหน้าชายหาด หายากมาก “ต้มกะทิผัดลิ้นห่าน“ ผักลิ้นห่านมีประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ ถ้ามาภาคใต้แล้วไม่กินแกงกะทิเขาว่ามาไม่ถึงนะ “แกงพริกปลาดุกทะเล” จานนี้เครื่องแกงพริกจัดจ้านตามสไตล์อาหารใต้ ซึมเข้าเนื้อปลาดุกทะเล อร่อยแบบต้องมีขอเบิ้ลข้าว

  • One Day Trip Suratthani สะพายกล้อง | ล่องเเพ | เที่ยวสุราษฎร์

    One Day Trip Suratthani แบกเป้ สะพายกระเป๋า เตรียมกล้องให้พร้อมลุยเพราะวันนี้เปรี้ยวปากจะพาไปเที่ยวชมความงามของธรรมชาติ นอนพักโฮมสเตย์ในสวนยาง เที่ยวชมสวนผลไม้ เรียกว่าทริปนี้ใกล้ชิดธรรมชาติกันแบบสุดๆและพลาดไม่ได้กับจุดเช็คอินสำคัญ สะพานแขวน เขารูปหัวใจ ที่บ้านเขาพัง แลนด์มาร์คที่ต้องหยิบกล้องมาถ่ายรูปรัวๆ ธรรมชาติช่างสร้างสรรค์ ต้นไม้ที่เกาะกันเป็นรูปหัวใจบนภูเขา  จากนั้นพาไปทำกิจกรรมการล่องแม่น้ำคลองศกแบบชิวๆยิ่งมาช่วง พ.ย.-เม.ย. อากาศดีแบบสุดๆ นอกจากล่องแพชมแม่น้ำคลองศกยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น พายเรือแคนู ขี่ช้างชมธรรมชาติ เก็บผลไม้ตามฤดูกาล ทริปนี้เราเลือกเป็นล่องแพไม้ไผ่ผ่านต้นไม้ ภูเขาหินปูนตามธรรมชาติแล้วแวะพักจิบชากาแฟแบบพื้นเมืองในกระบอกไม้ไผ่กันที่ถ้ำดินได้บรรยากาศออกแคมป์มากๆ บริเวณถ้ำยังเป็นจุดชมหินงอกหินย้อยทางธรรมชาติ

เมนูภูเก็ตพื้นบ้าน หร่อยแรงๆ ต้อง ร้านต้นมะยม

ใครที่มองหาอาหารรสจัด เผ็ดร้อนตามสไตล์อาหารใต้ ห้ามพลาดกับ "ร้านต้นมะยม" ร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ตแท้ๆ ราคาไม่แรง รสแซ่บถึงใจ เป็นร้านเล็กๆ อบอุ่นเหมือนนั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน เมนูเด็ด "ขนมจีนแกงไตปลา" (60 บาท/สำหรับ 2 ที่) เพิ่มความหอมด้วยปลาโอย่าง ความพิเศษอีกอย่างคือจะใส่มะละกอแขกดำที่เกือบสุกลงไปเพื่อให้ได้ความกลมกล่อมขึ้น "น้ำพริกปลาฉิ้งฉ้าง" (120-150 บาท)  เป็นน้ำพริกกะปิ โรยหน้าด้วยปลาฉิ้งฉ้างทอดกรอบ "แกงจืดเต้าหู้ปลาเค็ม" (80 บาท) หอมปลาเค็มที่นำไปคั่วกับหมูสามชั้น "ปลาเจี๋ยน" (120-150 บาท) ความอร่อยของจานนี้อยู่ที่ปลาทอดมีความกรอบเข้าไปซึมในน้ำซีอิ๊ว "ผัดหมูเคยเค็ม" (150 บาท) จะใช้หมูเอี่ยมต้อ ที่อยู่ใต้อกตรงราวนมของหมู ซึ่งเป็นส่วนที่หายากมากและมีความอร่อยมาผัดกับเคยเค็มดอง  "แกงปลามงใส่หยวกกล้วย" เมนูที่ไม่ค่อยจะได้ยินกัน สูตรเด็ดอยู่ที่การใส่ส้มแขกลงไปด้วยเพื่อให้รสชาติที่กลมกล่อมขึ้น สัมผัสของปลามงเนื้อจะไม่นิ่มจนเกินไปเวลาทาน

ภูเก็ต

อาหารพื้นเมืองภูเก็ต แปลก อร่อย ต้อง “ร้านตาทวย”

ไปภูเก็ตกินร้านไหนดี? เปรี้ยวปากขอยกให้ "ร้านตาทวย" ร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่มีเมนูหาทานยาก ใครอยากลิ้มลองอาหารท้องถิ่นแปลกใหม่ในบรรยากาศร่มรื่นเอกลักษณ์ตัวร้านจะตกแต่งเหมือนป่า มีน้ำตกเล็กๆให้ความสดชื่น เมนูเด็ด หร่อยจังฮู้ "หอยแครงป้าเหนียวลวกจิ้ม" ของหายากที่มีแค่ 2 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น!!! ต้องโทรมาเช็คก่อนเพราะหอยแครงป้าเหนียวนี่จะจับได้เฉพาะเวลาน้ำลงช่วงขึ้น 15 ค่ำเท่านั้น เคล็ดลับคือเค้าจะลวกแป๊ปเดียวเพื่อคงความหวานของเนื้อหอยไว้ “ส้มตำสาหร่าย” จะใช้สาหร่ายเม็ดพริกไทยซึ่งจะมีความเค็มน้อยกว่าสาหร่ายพวงองุ่นแบบสดๆ มาเสิร์ฟคู่กับน้ำส้มตำไทยรสชาติแซ่บถูกใจเว่อร์ “เพรียงทรายผัดกะปิสะตอ” ซึ่งตัวเพรียงทรายนี่จะอาศัยอยู่บริเวณที่สมบูรณ์เท่านั้น ลักษณะจะคล้ายๆกับหอยหลอดเอาไปผัดกับกะปิของท้ายเหมืองที่รสชาติจะไม่เค็มเกินไป มีกลิ่นหอมเปรี้ยวๆค่ะ ปรุงรสถึงใจมากๆ “ยำดอกถั่วเล” แค่เห็นก็สะดุดกับความสวยของจานนี้ ดอกถั่วเล เป็นดอกไม้ที่ขึ้นอยู่ตามหน้าชายหาด หายากมาก “ต้มกะทิผัดลิ้นห่าน“ ผักลิ้นห่านมีประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ ถ้ามาภาคใต้แล้วไม่กินแกงกะทิเขาว่ามาไม่ถึงนะ “แกงพริกปลาดุกทะเล” จานนี้เครื่องแกงพริกจัดจ้านตามสไตล์อาหารใต้ ซึมเข้าเนื้อปลาดุกทะเล อร่อยแบบต้องมีขอเบิ้ลข้าว

ภูเก็ต

One Day Trip Suratthani สะพายกล้อง | ล่องเเพ | เที่ยวสุราษฎร์

One Day Trip Suratthani แบกเป้ สะพายกระเป๋า เตรียมกล้องให้พร้อมลุยเพราะวันนี้เปรี้ยวปากจะพาไปเที่ยวชมความงามของธรรมชาติ นอนพักโฮมสเตย์ในสวนยาง เที่ยวชมสวนผลไม้ เรียกว่าทริปนี้ใกล้ชิดธรรมชาติกันแบบสุดๆและพลาดไม่ได้กับจุดเช็คอินสำคัญ สะพานแขวน เขารูปหัวใจ ที่บ้านเขาพัง แลนด์มาร์คที่ต้องหยิบกล้องมาถ่ายรูปรัวๆ ธรรมชาติช่างสร้างสรรค์ ต้นไม้ที่เกาะกันเป็นรูปหัวใจบนภูเขา  จากนั้นพาไปทำกิจกรรมการล่องแม่น้ำคลองศกแบบชิวๆยิ่งมาช่วง พ.ย.-เม.ย. อากาศดีแบบสุดๆ นอกจากล่องแพชมแม่น้ำคลองศกยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น พายเรือแคนู ขี่ช้างชมธรรมชาติ เก็บผลไม้ตามฤดูกาล ทริปนี้เราเลือกเป็นล่องแพไม้ไผ่ผ่านต้นไม้ ภูเขาหินปูนตามธรรมชาติแล้วแวะพักจิบชากาแฟแบบพื้นเมืองในกระบอกไม้ไผ่กันที่ถ้ำดินได้บรรยากาศออกแคมป์มากๆ บริเวณถ้ำยังเป็นจุดชมหินงอกหินย้อยทางธรรมชาติ

สุราษฎร์

Follow us on INSTAGRAM