Where to go - Eating out

2150

06 ก.พ. 2561

link Print

Cher_cheeva เฌอ-ชี-วา ขนมไทยโบราณในคาเฟ่ร่วมสมัย

Cher_cheeva เฌอ-ชี-วา ขนมไทยโบราณในคาเฟ่ร่วมสมัย


ร้านขนมไทยร่วมสมัยที่กำลังฮอตสุดๆในตอนนี้ แค่ก้าวเข้ามาในร้านก็ได้กลิ่นขนมไทยลอยอบอวน หลายอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย ซึ่งคุณไอซ์เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่าเป็นสูตรที่ตกทอดมาจากรุ่นตายาย ทั้งคุณไอซ์แล้วก็เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนรวมถึงคุณแม่เพื่อนก็มาช่วยกันลงมือทำขนมกันเองทุกอย่าง มีขนมไทยโบราณหาทานได้ยากหลายอย่าง ที่สะดุดตาคือการจัดจานและตกแต่งได้อย่างสวยงามบ่งบอกความเป็นไทยผ่านขนมไทยโบราณ  


เริ่มที่ “Cher Set” รวมขนมไทย 10 อย่าง (ราคา 250 บาท) เช่น เสน่ห์จันทน์ จ่ามงกุฎ ทองเอก ขนมขี้หนู ลูกชุบ ตะโก้ ฝอยทอง และหยกมณี เป็นขนมไทยโบราณหาทานยาก ทำจากเม็ดสาคูผสมน้ำใบเตยปั้นเป็นก้อนคลุกกับมะพร้าวขูด


มาต่อที่เมนูซิกเนเจอร์ “ขนมพระพาย” (ราคา 80 บาท) ที่ใช้น้ำลอยดอกมะลิมาผสมกับแป้ง น้ำใบเตย และน้ำอัญชัน นวดจนเนื้อแป้งเข้ากันดีใส่ไส้ถั่วกวนก่อนเสิร์ฟราดด้วยน้ำกะทิ


เครื่องดื่มเย็นๆหน้าตาสวย เมนู “กรานิต้าอัญชันมะนาว” เกล็ดน้ำแข็งเย็นๆ รสอัญชันมะนาวดื่มแล้วสดชื่นเลยค่ะ 


อีกแก้วก็สดชื่นไม่แพ้กัน “บ๊วยโซดา” (ราคา 70 บาท ) ท็อปด้วยไอศกรีมบ๊วยที่ทางร้านทำเอง 

ถ้าชอบหวานอมเปรี้ยวต้อง “ลิ้นจี่มะนาวโซดา” (ราคา 70 บาท) หอมไซรัปอัญชัน เมนูเขาเน้นสีสันถ่ายรูปสวยจริงๆ คนชอบแชะ แอนด์ แชร์ ห้ามพลาดร้านนี้ แนะนำให้โทรจองโต๊ะก่อนเพราะขนมค่อนข้างหมดเร็ว 


INFO

Cher_cheeva เฌอ-ชี-วา ขนมไทยโบราณในคาเฟ่ร่วมสมัย

ชั้น 2 ศูนย์การค้า Bangsue Junction (ตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร) / MRT กำแพงเพชร

09-9246-6954

เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-19.00

Car park

Nearby

  • Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน

    Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน Mamarin ชื่อร้านที่มีที่มาเก๋ๆ ผสมกันระหว่างคำว่า ‘หม่าม้า’ และคำว่า ‘มารินทร์’ เป็นชื่อคุณแม่ของคุณเค้ก B5 เจ้าของร้าน บอกเล่าความอร่อยในแบบ Home Cooking จากมือและใจของแม่สู่ลูกค้า ขอเริ่มจากของทานเล่น “กุ้งแพทอดกรอบ” (85 บาท) ที่เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มอาจาด ยังมีของทานเล่น เต้าหู้ทอด แผ่นเกี๊ยวทอด สั่งมาทานเพลินๆ “ก๋วยเตี๋ยวแห้งเย็นตาโฟ” (89 บาท) ซอสเข้มข้นมาก มาพร้อมน้ำซุปดั้งเดิมแบบแยกต่างหาก ที่สำคัญยังเพิ่มเครื่องเคียงอย่างหมึกสด เต้าหู้ทอดและกุ้งแพทอดกรอบให้ได้เคี้ยวกันแบบเพลินๆ ใครที่ชอบรสชาติจัดจ้านต้อง “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกสด” (เริ่มต้น 89 บาท) เพิ่มมะนาว พริกขี้หนูสด และถั่วลิสงคั่วใหม่สับหยาบๆ อร่อยครบรส เมนูคลาสสิกต้องยกให้ “ก๋วยเตี๋ยวน้ำดั้งเดิม” (เริ่มต้น 89 บาท) ความพิเศษจะอยู่ที่น้ำซุปบ้านบึงแบบดั้งเดิมที่เคี่ยวได้รสที่กลมกล่อม ยังมาพร้อมเครื่องเคียงหมูบะช่อผสมหมึกแห้ง กุ้งแห้ง หมูสไลด์ คาตั๊งหรือเนื้อหมูส่วนติดกระดูก ตับ เกี๊ยวแผ่นทอด และกระเทียมเจียวหอมๆ

    กรุงเทพฯ

  • ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ

    ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ทานอาหารต้องมีบรรยากาศ เปรี้ยวปากเช็คอินพาไปกินลมชมวิวที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden ชั้น 52 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เหมาะกับพาคนพิเศษมาดินเนอร์มื้อเย็นทานไปชมวิวเมืองกรุงยามเย็น อาหารไทยที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานระหว่างอาหารไทยและเทคนิคของอาหารต่างชาติเข้าด้วยกันยังคงรสชาติอาหารไทยไว้ แต่ละจานก็สร้างสรรค์สวยงามจนต้องขอยกกล้องขึ้นมาถ่ายก่อนลงมือชิม เริ่มกันที่ "ของว่างรวม" (790 บาท)  สะเต๊ะไก่ กุ้งโสร่งทอด ยำส้มโอ ปอเปี๊ยะปลาฟูม้วนเป็นโรล ตัดด้วย "ซุปคาปูชิโน่ดอกโสนกับหอยเชลล์ย่าง"  เมนูนี้หน้าตาฝรั่งแต่รสชาติสไตล์ไทย เติมมะนาวนิดนึงเพิ่มความเปรี้ยวทำให้เมนูนี้ไม่หนักท้องเกินไป "ยำแซลมอน" (590 บาท) หอมใบแมงลักที่ใส่มาเติมกลิ่นเฉพาะตัว เสิร์ฟมาพร้อมดอกไม้ที่สามารถทานได้ จัดจ้านแบบน้ำยำถึงเครื่อง ส่วนเมนูนี้ก็เสิร์ฟแบบพอคำ "กุ้งย่างพริกสดเสิร์ฟคู่กับข้าวตัง"ถ้าชนะเลิศเรื่องความสวย ยกให้จานนี้ "ยำมะเขือยาวปู" เพิ่มคาเวียร์ ใส่แผ่นทองคำทานได้ เมนูใต้อย่าง "แกงกะทิปูใบชะพลูกับขนมจีนไข่ต้ม" (870 บาท) ถึงเครื่องหร่อยแรงๆแบบชาวใต้ ใครที่กำลังมองหาร้านดินเนอร์ บรรยกาศดี อาหารไทยอร่อย Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ มีครบจบที่เดียว

    กรุงเทพฯ

  • บ้านผัดไทยอร่อยระดับมิชลินไกด์

    เปรี้ยวปากพาไปเช็คอินร้านบ้านผัดไทยที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ การันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018  ต้องบอกเลยว่าผัดไทยที่นี้ เก๋ที่สุดอีกร้านที่เคยไปมาเพราะตกแต่งย้อนยุคเน้นสีฟ้าตัดกับงานไม้ที่สื่อถึงยุค80 และสดๆร้อนๆ กับรางวัลการันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018 ต้องขยายนิดนึงคือรางวัลนี้ทางมิชลินจะมอบให้ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี คุ้มค่าคุ้มราคาที่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่ออาหาร 3 คอร์ส ไม่รวมเครื่องดื่ม แม้แต่เชฟและร้านเองยังเซอร์ไพรส์เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าได้รับรางวัลจนมาเห็นชื่อร้านในไกด์บุค มาดูที่พระเอกของร้าน ผัดไทยปูม้า (280 บาท) เนื้อปูก้อนเน้นชิ้นโตผัดกับเส้นจันท์ ซึ่งความพิเศษจะใช้มันปูและไข่ปูผัดลงไป ส่วนตัวซอสผัดไทยก็จะประกอบด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊ป และเครื่องปรุงอีกกว่า 18 อย่างผสมลงไปผัดไทยไก่ย่าง (190 บาท) ทางร้านอะแดปเป็นทางเลือกไม่จำเจ ซึ่งจะใช้ไก่ส่วนสะโพกนำไปหมักกับน้ำผึ้ง ย่างจนหอมเข้าเนื้อ ไก่ทอดสมุนไพร (190 บาท) งานออเดิร์ฟ เสิร์ฟมาในซุ้มไก่เล็กๆ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิถีคนไทยในสมัยก่อน เมี่ยงคะน้า (150 บาท) ทางร้านจะใช้ใบคะน้าอ่อนออแกนิกส์ และเปลี่ยนจากใส่กุ้งแห้งมาเป็นไก่รวนซีอิ๊ว คนที่แพ้กุ้งทานได้ค่ะ และกรุบกรอบด้วยกากหมู

    กรุงเทพฯ

Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน

Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน Mamarin ชื่อร้านที่มีที่มาเก๋ๆ ผสมกันระหว่างคำว่า ‘หม่าม้า’ และคำว่า ‘มารินทร์’ เป็นชื่อคุณแม่ของคุณเค้ก B5 เจ้าของร้าน บอกเล่าความอร่อยในแบบ Home Cooking จากมือและใจของแม่สู่ลูกค้า ขอเริ่มจากของทานเล่น “กุ้งแพทอดกรอบ” (85 บาท) ที่เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มอาจาด ยังมีของทานเล่น เต้าหู้ทอด แผ่นเกี๊ยวทอด สั่งมาทานเพลินๆ “ก๋วยเตี๋ยวแห้งเย็นตาโฟ” (89 บาท) ซอสเข้มข้นมาก มาพร้อมน้ำซุปดั้งเดิมแบบแยกต่างหาก ที่สำคัญยังเพิ่มเครื่องเคียงอย่างหมึกสด เต้าหู้ทอดและกุ้งแพทอดกรอบให้ได้เคี้ยวกันแบบเพลินๆ ใครที่ชอบรสชาติจัดจ้านต้อง “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกสด” (เริ่มต้น 89 บาท) เพิ่มมะนาว พริกขี้หนูสด และถั่วลิสงคั่วใหม่สับหยาบๆ อร่อยครบรส เมนูคลาสสิกต้องยกให้ “ก๋วยเตี๋ยวน้ำดั้งเดิม” (เริ่มต้น 89 บาท) ความพิเศษจะอยู่ที่น้ำซุปบ้านบึงแบบดั้งเดิมที่เคี่ยวได้รสที่กลมกล่อม ยังมาพร้อมเครื่องเคียงหมูบะช่อผสมหมึกแห้ง กุ้งแห้ง หมูสไลด์ คาตั๊งหรือเนื้อหมูส่วนติดกระดูก ตับ เกี๊ยวแผ่นทอด และกระเทียมเจียวหอมๆ

กรุงเทพฯ

ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ

ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ทานอาหารต้องมีบรรยากาศ เปรี้ยวปากเช็คอินพาไปกินลมชมวิวที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden ชั้น 52 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เหมาะกับพาคนพิเศษมาดินเนอร์มื้อเย็นทานไปชมวิวเมืองกรุงยามเย็น อาหารไทยที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานระหว่างอาหารไทยและเทคนิคของอาหารต่างชาติเข้าด้วยกันยังคงรสชาติอาหารไทยไว้ แต่ละจานก็สร้างสรรค์สวยงามจนต้องขอยกกล้องขึ้นมาถ่ายก่อนลงมือชิม เริ่มกันที่ "ของว่างรวม" (790 บาท)  สะเต๊ะไก่ กุ้งโสร่งทอด ยำส้มโอ ปอเปี๊ยะปลาฟูม้วนเป็นโรล ตัดด้วย "ซุปคาปูชิโน่ดอกโสนกับหอยเชลล์ย่าง"  เมนูนี้หน้าตาฝรั่งแต่รสชาติสไตล์ไทย เติมมะนาวนิดนึงเพิ่มความเปรี้ยวทำให้เมนูนี้ไม่หนักท้องเกินไป "ยำแซลมอน" (590 บาท) หอมใบแมงลักที่ใส่มาเติมกลิ่นเฉพาะตัว เสิร์ฟมาพร้อมดอกไม้ที่สามารถทานได้ จัดจ้านแบบน้ำยำถึงเครื่อง ส่วนเมนูนี้ก็เสิร์ฟแบบพอคำ "กุ้งย่างพริกสดเสิร์ฟคู่กับข้าวตัง"ถ้าชนะเลิศเรื่องความสวย ยกให้จานนี้ "ยำมะเขือยาวปู" เพิ่มคาเวียร์ ใส่แผ่นทองคำทานได้ เมนูใต้อย่าง "แกงกะทิปูใบชะพลูกับขนมจีนไข่ต้ม" (870 บาท) ถึงเครื่องหร่อยแรงๆแบบชาวใต้ ใครที่กำลังมองหาร้านดินเนอร์ บรรยกาศดี อาหารไทยอร่อย Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ มีครบจบที่เดียว

กรุงเทพฯ

บ้านผัดไทยอร่อยระดับมิชลินไกด์

เปรี้ยวปากพาไปเช็คอินร้านบ้านผัดไทยที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ การันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018  ต้องบอกเลยว่าผัดไทยที่นี้ เก๋ที่สุดอีกร้านที่เคยไปมาเพราะตกแต่งย้อนยุคเน้นสีฟ้าตัดกับงานไม้ที่สื่อถึงยุค80 และสดๆร้อนๆ กับรางวัลการันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018 ต้องขยายนิดนึงคือรางวัลนี้ทางมิชลินจะมอบให้ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี คุ้มค่าคุ้มราคาที่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่ออาหาร 3 คอร์ส ไม่รวมเครื่องดื่ม แม้แต่เชฟและร้านเองยังเซอร์ไพรส์เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าได้รับรางวัลจนมาเห็นชื่อร้านในไกด์บุค มาดูที่พระเอกของร้าน ผัดไทยปูม้า (280 บาท) เนื้อปูก้อนเน้นชิ้นโตผัดกับเส้นจันท์ ซึ่งความพิเศษจะใช้มันปูและไข่ปูผัดลงไป ส่วนตัวซอสผัดไทยก็จะประกอบด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊ป และเครื่องปรุงอีกกว่า 18 อย่างผสมลงไปผัดไทยไก่ย่าง (190 บาท) ทางร้านอะแดปเป็นทางเลือกไม่จำเจ ซึ่งจะใช้ไก่ส่วนสะโพกนำไปหมักกับน้ำผึ้ง ย่างจนหอมเข้าเนื้อ ไก่ทอดสมุนไพร (190 บาท) งานออเดิร์ฟ เสิร์ฟมาในซุ้มไก่เล็กๆ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิถีคนไทยในสมัยก่อน เมี่ยงคะน้า (150 บาท) ทางร้านจะใช้ใบคะน้าอ่อนออแกนิกส์ และเปลี่ยนจากใส่กุ้งแห้งมาเป็นไก่รวนซีอิ๊ว คนที่แพ้กุ้งทานได้ค่ะ และกรุบกรอบด้วยกากหมู

กรุงเทพฯ

Recommended by (sponsor)

  • เที่ยวเขาใหญ่ สไตล์เมืองนอก ที่ Toscana Valley

    เที่ยวเขาใหญ่ สไตล์เมืองนอก ที่ Toscana Valleyต้องบอกว่าทุกครั้งที่มาเขาใหญ่ก็มีอะไรให้เราตื่นตาตื่นใจตลอดเวลาโดยเฉพาะคาเฟ่เก๋สไตล์เมืองนอก เปรี้ยวปากเช็คอินจะพาไปอัพเดท Toscana Valley เขาใหญ่ จุดเช็คอินชิคๆเก๋ๆที่จำลองบรรยากาศของแคว้น Toscana ที่ประเทศอิตาลีไว้ เริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการก็จะเจอกับ Toscana Tower ลักษณะคล้ายกับหอเอนปิซ่าที่อิตาลี ขนาดก็ยังเท่าของจริงด้วยในอนาคตด้านล่างเขาจะเปิดให้เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ส่วนข้างบนก็จะเป็นห้องพัก สายถ่ายรูปคิดท่าเก๋ๆไว้เลยค่ะจากนั้นเข้าไปโซน Town Square Suites เป็นส่วนของร้านอาหารและร้านขายเครื่องดื่ม ห้องพัก นักท่องเที่ยวน่าจะถูกใจกับมุมถ่ายรูปต่างๆยังไงก็เหมือนอยู่เมืองนอก การเดินทางจากปากทางถนนธนรัตน์ มุ่งหน้ามาอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ วิ่งยาวมาเรื่อยๆจนเจอทางแยกป้ายบอกทางไปวังน้ำเขียวให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยค่ะ วิ่งต่อไปไม่ไกลให้เราสังเกตุขวามือไว้จะเห็นป้ายทางเข้าพร้อมๆกับอาคารสีปูนสีส้มและสีเหลืองสลับเป็นชั้นซ้อนกันไปมา

  • ครึ่งวัน ตลาดน้อย ร้อยกว่ารูป

    วันนี้แอดเจน กับแอดนุ่ม ชวนกันมาหามุมถ่ายรูปที่ ตลาดน้อย งานนี้สองสาวเค้า Acting กันไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ เลยได้มาเบาๆ 4 - 500 รูป แต่แอดจ้อยขอคัดมาเฉพาะอันที่พอดูได้ให้ชมแล้วกันนะคะนัดนี้แก๊งเราเดินทางมาด้วย MRT ลงที่สถานีหัวลำโพง แล้วต่อรถมาที่ตลาดน้อยเลยจ้า  10.00 น. เวลากำลังดีกับการนัดกันของทริปนี้ ทุกคนมาพร้อมรวมตัวกับที่โฮสเทลเล็กๆ ตรงหน้าปากซอยเจริญกรุง 22 วันนี้ถือว่าแดดดีทีเดียว มีครึ้มบ้างแต่ใจสู้ซะอย่าง ลุยค่ะ! เราเริ่มลั่น Shutter กันตั้งแต่หน้าปากซอย ที่ตลาดน้อยจะเป็นตึกแถวแบบโบราณ เหมือนที่เราเคยดูในละครพีเรียท เดินผ่านมาเห็นประตูบ้านสีวินเทจแบบนี้ เลยต้องขอถ่ายเก็บไว้หน่อยค่ะ10.10 น. เดินเข้ามาอีกหน่อย ก็เจอกับร้านกะหรี่ปั๊บเจ้าดัง “คุณปุ๊กะหรี่ปั๊บ” ที่ใจดีหอบกระหรี่ปั๊บให้ทีมงานมา 1 กล่องใหญ่ และขนมเทียนอีกคนละ 2 ชิ้นให้ลองชิมกัน l แอดบอกแบบไม่อวยเลยว่า กะหรี่ปั๊บเค้าดีจริงๆ กรอบนอก อร่อยไส้ ไม่อมน้ำมัน ทานได้เรื่อยๆ 10.30 น. พวกเราโอ้เอ้ เดินถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ จะสุดซอยเจริญกรุง 22 (ก็จะเป็นซอยวานิช 2) ถ้าเราเลี้ยวขวา ก็จะเจอกับภาพวาดมุมฮิตอีกมุมที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูปกัน แต่ถ้าเลี้ยวซ้าย ก็จะเจอกับร้านเป็ดตุ๋นเจ้าท่า ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นร้านฮิตที่ใครมาต้องแวะกินจุดหมายของเราคือฝั่งตรงข้ามกับร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด จะเป็นทางเข้าของ “ศาลเจ้าฮ้อนหว่องกุง” หรือ “ศาลเจ้าโรงเกือก” ค่ะ จุดนี้คืออีกจุดพีคของที่นี่ ที่เราจะได้ถ่ายรูปแบบฮิพๆ กับภาพวาด Street Art ที่สะท้อนความเป็นตลาดน้อย เป็นทางยาวเกือบถึงทางเข้าศาลเจ้าเลยที่อยู่สุดซอยเลยทีเดียว 10.50 น. หลังจากไหว้ขอพร เทพเจ้าในศาลเจ้าแล้ว ก็ขอเก็บภาพบรรยากาศหน่อย เพราะศาลเจ้าที่นี่ อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดีมาก11.10 น. ออกมาจากศาลเจ้า เดินตรงตามทางเลี้ยวลัดต่ออีกหน่อย จะเจอกับ “บ้านโซวเฮงไถ่” คฤหาสน์เก๋งจีนโบราณ ที่มีสระน้ำโดดเด่นอยู่กลางบ้าน เป็นอีกหนึ่งจุดที่ใครๆ ก็ต้องมา เข้าไปอย่าลืมอุดหนุนเครื่องดื่มอย่างน้อยคนละ 1 แก้วนะคะ บอกเลยว่าเครื่องดื่มที่นี่ เติมความสดชื่นได้ดีจริงๆ แถมยังได้พักถ่ายรูปในนี้ได้อีกเป็นร้อย โดยเฉพาะมุมสระน้ำนี่แหละค่ะ  12.00 น. เที่ยงตรงเป๊ะ แอดเจนต้องทานข้าวให้ตรงเวลา พวกเราเลยได้ทานเป็ดตุ๋นเจ้าท่าคนละชามสองชาม ก่อนที่จะขึ้นเรือที่ #ท่าเรือกรมเจ้าท่า แยกย้ายกัน แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าน๊า! คุณปุ๊ กะหรี่ปั๊บ ณ ตลาดน้อย ชิ้นละ 8 บาท มี 6 ไส้ด้วยกัน คือ ไส้ไก่ , เผือก , ถั่วหวาน , ถั่วเค็ม , สับปะรด , มะพร้าว โทร 0 2237 5425 , 08 0602 2055 บ้านโซวเฮงไถ่ คฤหาสน์เก๋งจีนโบราณ เปิดอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

  • บ้านผัดไทยอร่อยระดับมิชลินไกด์

    เปรี้ยวปากพาไปเช็คอินร้านบ้านผัดไทยที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ การันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018  ต้องบอกเลยว่าผัดไทยที่นี้ เก๋ที่สุดอีกร้านที่เคยไปมาเพราะตกแต่งย้อนยุคเน้นสีฟ้าตัดกับงานไม้ที่สื่อถึงยุค80 และสดๆร้อนๆ กับรางวัลการันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018 ต้องขยายนิดนึงคือรางวัลนี้ทางมิชลินจะมอบให้ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี คุ้มค่าคุ้มราคาที่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่ออาหาร 3 คอร์ส ไม่รวมเครื่องดื่ม แม้แต่เชฟและร้านเองยังเซอร์ไพรส์เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าได้รับรางวัลจนมาเห็นชื่อร้านในไกด์บุค มาดูที่พระเอกของร้าน ผัดไทยปูม้า (280 บาท) เนื้อปูก้อนเน้นชิ้นโตผัดกับเส้นจันท์ ซึ่งความพิเศษจะใช้มันปูและไข่ปูผัดลงไป ส่วนตัวซอสผัดไทยก็จะประกอบด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊ป และเครื่องปรุงอีกกว่า 18 อย่างผสมลงไปผัดไทยไก่ย่าง (190 บาท) ทางร้านอะแดปเป็นทางเลือกไม่จำเจ ซึ่งจะใช้ไก่ส่วนสะโพกนำไปหมักกับน้ำผึ้ง ย่างจนหอมเข้าเนื้อ ไก่ทอดสมุนไพร (190 บาท) งานออเดิร์ฟ เสิร์ฟมาในซุ้มไก่เล็กๆ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิถีคนไทยในสมัยก่อน เมี่ยงคะน้า (150 บาท) ทางร้านจะใช้ใบคะน้าอ่อนออแกนิกส์ และเปลี่ยนจากใส่กุ้งแห้งมาเป็นไก่รวนซีอิ๊ว คนที่แพ้กุ้งทานได้ค่ะ และกรุบกรอบด้วยกากหมู

เที่ยวเขาใหญ่ สไตล์เมืองนอก ที่ Toscana Valley

เที่ยวเขาใหญ่ สไตล์เมืองนอก ที่ Toscana Valleyต้องบอกว่าทุกครั้งที่มาเขาใหญ่ก็มีอะไรให้เราตื่นตาตื่นใจตลอดเวลาโดยเฉพาะคาเฟ่เก๋สไตล์เมืองนอก เปรี้ยวปากเช็คอินจะพาไปอัพเดท Toscana Valley เขาใหญ่ จุดเช็คอินชิคๆเก๋ๆที่จำลองบรรยากาศของแคว้น Toscana ที่ประเทศอิตาลีไว้ เริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการก็จะเจอกับ Toscana Tower ลักษณะคล้ายกับหอเอนปิซ่าที่อิตาลี ขนาดก็ยังเท่าของจริงด้วยในอนาคตด้านล่างเขาจะเปิดให้เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ส่วนข้างบนก็จะเป็นห้องพัก สายถ่ายรูปคิดท่าเก๋ๆไว้เลยค่ะจากนั้นเข้าไปโซน Town Square Suites เป็นส่วนของร้านอาหารและร้านขายเครื่องดื่ม ห้องพัก นักท่องเที่ยวน่าจะถูกใจกับมุมถ่ายรูปต่างๆยังไงก็เหมือนอยู่เมืองนอก การเดินทางจากปากทางถนนธนรัตน์ มุ่งหน้ามาอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ วิ่งยาวมาเรื่อยๆจนเจอทางแยกป้ายบอกทางไปวังน้ำเขียวให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยค่ะ วิ่งต่อไปไม่ไกลให้เราสังเกตุขวามือไว้จะเห็นป้ายทางเข้าพร้อมๆกับอาคารสีปูนสีส้มและสีเหลืองสลับเป็นชั้นซ้อนกันไปมา

เขาใหญ่

ครึ่งวัน ตลาดน้อย ร้อยกว่ารูป

วันนี้แอดเจน กับแอดนุ่ม ชวนกันมาหามุมถ่ายรูปที่ ตลาดน้อย งานนี้สองสาวเค้า Acting กันไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ เลยได้มาเบาๆ 4 - 500 รูป แต่แอดจ้อยขอคัดมาเฉพาะอันที่พอดูได้ให้ชมแล้วกันนะคะนัดนี้แก๊งเราเดินทางมาด้วย MRT ลงที่สถานีหัวลำโพง แล้วต่อรถมาที่ตลาดน้อยเลยจ้า  10.00 น. เวลากำลังดีกับการนัดกันของทริปนี้ ทุกคนมาพร้อมรวมตัวกับที่โฮสเทลเล็กๆ ตรงหน้าปากซอยเจริญกรุง 22 วันนี้ถือว่าแดดดีทีเดียว มีครึ้มบ้างแต่ใจสู้ซะอย่าง ลุยค่ะ! เราเริ่มลั่น Shutter กันตั้งแต่หน้าปากซอย ที่ตลาดน้อยจะเป็นตึกแถวแบบโบราณ เหมือนที่เราเคยดูในละครพีเรียท เดินผ่านมาเห็นประตูบ้านสีวินเทจแบบนี้ เลยต้องขอถ่ายเก็บไว้หน่อยค่ะ10.10 น. เดินเข้ามาอีกหน่อย ก็เจอกับร้านกะหรี่ปั๊บเจ้าดัง “คุณปุ๊กะหรี่ปั๊บ” ที่ใจดีหอบกระหรี่ปั๊บให้ทีมงานมา 1 กล่องใหญ่ และขนมเทียนอีกคนละ 2 ชิ้นให้ลองชิมกัน l แอดบอกแบบไม่อวยเลยว่า กะหรี่ปั๊บเค้าดีจริงๆ กรอบนอก อร่อยไส้ ไม่อมน้ำมัน ทานได้เรื่อยๆ 10.30 น. พวกเราโอ้เอ้ เดินถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ จะสุดซอยเจริญกรุง 22 (ก็จะเป็นซอยวานิช 2) ถ้าเราเลี้ยวขวา ก็จะเจอกับภาพวาดมุมฮิตอีกมุมที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูปกัน แต่ถ้าเลี้ยวซ้าย ก็จะเจอกับร้านเป็ดตุ๋นเจ้าท่า ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นร้านฮิตที่ใครมาต้องแวะกินจุดหมายของเราคือฝั่งตรงข้ามกับร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด จะเป็นทางเข้าของ “ศาลเจ้าฮ้อนหว่องกุง” หรือ “ศาลเจ้าโรงเกือก” ค่ะ จุดนี้คืออีกจุดพีคของที่นี่ ที่เราจะได้ถ่ายรูปแบบฮิพๆ กับภาพวาด Street Art ที่สะท้อนความเป็นตลาดน้อย เป็นทางยาวเกือบถึงทางเข้าศาลเจ้าเลยที่อยู่สุดซอยเลยทีเดียว 10.50 น. หลังจากไหว้ขอพร เทพเจ้าในศาลเจ้าแล้ว ก็ขอเก็บภาพบรรยากาศหน่อย เพราะศาลเจ้าที่นี่ อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดีมาก11.10 น. ออกมาจากศาลเจ้า เดินตรงตามทางเลี้ยวลัดต่ออีกหน่อย จะเจอกับ “บ้านโซวเฮงไถ่” คฤหาสน์เก๋งจีนโบราณ ที่มีสระน้ำโดดเด่นอยู่กลางบ้าน เป็นอีกหนึ่งจุดที่ใครๆ ก็ต้องมา เข้าไปอย่าลืมอุดหนุนเครื่องดื่มอย่างน้อยคนละ 1 แก้วนะคะ บอกเลยว่าเครื่องดื่มที่นี่ เติมความสดชื่นได้ดีจริงๆ แถมยังได้พักถ่ายรูปในนี้ได้อีกเป็นร้อย โดยเฉพาะมุมสระน้ำนี่แหละค่ะ  12.00 น. เที่ยงตรงเป๊ะ แอดเจนต้องทานข้าวให้ตรงเวลา พวกเราเลยได้ทานเป็ดตุ๋นเจ้าท่าคนละชามสองชาม ก่อนที่จะขึ้นเรือที่ #ท่าเรือกรมเจ้าท่า แยกย้ายกัน แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าน๊า! คุณปุ๊ กะหรี่ปั๊บ ณ ตลาดน้อย ชิ้นละ 8 บาท มี 6 ไส้ด้วยกัน คือ ไส้ไก่ , เผือก , ถั่วหวาน , ถั่วเค็ม , สับปะรด , มะพร้าว โทร 0 2237 5425 , 08 0602 2055 บ้านโซวเฮงไถ่ คฤหาสน์เก๋งจีนโบราณ เปิดอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

บ้านผัดไทยอร่อยระดับมิชลินไกด์

เปรี้ยวปากพาไปเช็คอินร้านบ้านผัดไทยที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ การันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018  ต้องบอกเลยว่าผัดไทยที่นี้ เก๋ที่สุดอีกร้านที่เคยไปมาเพราะตกแต่งย้อนยุคเน้นสีฟ้าตัดกับงานไม้ที่สื่อถึงยุค80 และสดๆร้อนๆ กับรางวัลการันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018 ต้องขยายนิดนึงคือรางวัลนี้ทางมิชลินจะมอบให้ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี คุ้มค่าคุ้มราคาที่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่ออาหาร 3 คอร์ส ไม่รวมเครื่องดื่ม แม้แต่เชฟและร้านเองยังเซอร์ไพรส์เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าได้รับรางวัลจนมาเห็นชื่อร้านในไกด์บุค มาดูที่พระเอกของร้าน ผัดไทยปูม้า (280 บาท) เนื้อปูก้อนเน้นชิ้นโตผัดกับเส้นจันท์ ซึ่งความพิเศษจะใช้มันปูและไข่ปูผัดลงไป ส่วนตัวซอสผัดไทยก็จะประกอบด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊ป และเครื่องปรุงอีกกว่า 18 อย่างผสมลงไปผัดไทยไก่ย่าง (190 บาท) ทางร้านอะแดปเป็นทางเลือกไม่จำเจ ซึ่งจะใช้ไก่ส่วนสะโพกนำไปหมักกับน้ำผึ้ง ย่างจนหอมเข้าเนื้อ ไก่ทอดสมุนไพร (190 บาท) งานออเดิร์ฟ เสิร์ฟมาในซุ้มไก่เล็กๆ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิถีคนไทยในสมัยก่อน เมี่ยงคะน้า (150 บาท) ทางร้านจะใช้ใบคะน้าอ่อนออแกนิกส์ และเปลี่ยนจากใส่กุ้งแห้งมาเป็นไก่รวนซีอิ๊ว คนที่แพ้กุ้งทานได้ค่ะ และกรุบกรอบด้วยกากหมู

กรุงเทพฯ

Follow us on INSTAGRAM