Where to go - Eating out

313

17 ม.ค. 2561

link Print

Nice Two Meat U สายเกาหลีที่แท้ทรูต้องไปลอง

สายเกาหลีที่แท้ทรูต้องลอง “ปูดองซีอิ๊วเกาหลี” ไม่ต้องบินไปไกลถึงเกาหลีละจ้า  



ถ้าจะพูดถึงร้านปิ้งย่างสุดฮอตตอนนี้ต้อง ‘Nice Two Meat U’ ปิ้งย่างสไตล์เกาหลีที่ใครๆก็ต้องลิ้มลอง กับเนื้อหมูและเนื้อวัวคัดอย่างดี 3ชั้นรมควัน (280 บาท) แนะนำอยากให้ลอง หมูสไลด์ราดซอสก็เลิศ พร้อมเครื่องเคียงมากมายในชุดปิ้งย่าง ทีเด็ด คอหมู (260 บาท) ซึ่งจะต้องนำไปย่างที่อุณหภูมิที่ 40 องศา ให้น้ำมันออกนิดๆจะอร่อยมาก





นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดที่ทุกคนเห็นแล้วต้องซี้ดดดดดดน้ำลายไหล ‘ปูดองซีอิ๊วเกาหลี’ (1,050 บาท) แซ่บ เด็ด ท้าให้ลอง!


ซึ่งเจ้าของสาขานี้ คุณเอ ศุภชัย นักปั้นดารามือทองติดใจเมื่อครั้งไปทานที่เกาหลี จนตื้อขอซื้อแฟรนไชส์เข้ามาให้สาวกอาหารเกาหลีเมืองไทยได้ลิ้มลอง และยังมีเมนูอร่อยๆที่ทางร้านคัดสรรส่งตรงจากเกาหลี ทั้งข้าวผัดกิมจิชีส (360 บาท) กลิ่นกิมจิหอมเตะจมูกมาก พนักงานจะมาผัดให้เราที่โต๊ะเลย คอยดูแล 1 คน ต่อ 1 โต๊ะ


เมนูเกาหลีอื่นๆ อยากให้ลอง ซุปเต้าหู้อ่อน (350 บาท) ตัวน้ำซุปทำจากกิมจิ 


จับเช หรือผัดวุ้นเส้นเกาหลี (220 บาท) ตัวเส้นเกาหลีเค้าจะมีความเหนียวหนึบอร่อย แต่ละเมนูดีงาม เลอค่า แอดคอนเฟิร์มจ้าต้องไปลองกัน

INFO

Nice Two Meat U สายเกาหลีที่แท้ทรูต้องไปลอง

เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น 5 กรุงเทพฯ

08-2548-3126

10.30 - 22.00

Visa , Master Card

Car park

Nearby

  • Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน

    Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน Mamarin ชื่อร้านที่มีที่มาเก๋ๆ ผสมกันระหว่างคำว่า ‘หม่าม้า’ และคำว่า ‘มารินทร์’ เป็นชื่อคุณแม่ของคุณเค้ก B5 เจ้าของร้าน บอกเล่าความอร่อยในแบบ Home Cooking จากมือและใจของแม่สู่ลูกค้า ขอเริ่มจากของทานเล่น “กุ้งแพทอดกรอบ” (85 บาท) ที่เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มอาจาด ยังมีของทานเล่น เต้าหู้ทอด แผ่นเกี๊ยวทอด สั่งมาทานเพลินๆ “ก๋วยเตี๋ยวแห้งเย็นตาโฟ” (89 บาท) ซอสเข้มข้นมาก มาพร้อมน้ำซุปดั้งเดิมแบบแยกต่างหาก ที่สำคัญยังเพิ่มเครื่องเคียงอย่างหมึกสด เต้าหู้ทอดและกุ้งแพทอดกรอบให้ได้เคี้ยวกันแบบเพลินๆ ใครที่ชอบรสชาติจัดจ้านต้อง “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกสด” (เริ่มต้น 89 บาท) เพิ่มมะนาว พริกขี้หนูสด และถั่วลิสงคั่วใหม่สับหยาบๆ อร่อยครบรส เมนูคลาสสิกต้องยกให้ “ก๋วยเตี๋ยวน้ำดั้งเดิม” (เริ่มต้น 89 บาท) ความพิเศษจะอยู่ที่น้ำซุปบ้านบึงแบบดั้งเดิมที่เคี่ยวได้รสที่กลมกล่อม ยังมาพร้อมเครื่องเคียงหมูบะช่อผสมหมึกแห้ง กุ้งแห้ง หมูสไลด์ คาตั๊งหรือเนื้อหมูส่วนติดกระดูก ตับ เกี๊ยวแผ่นทอด และกระเทียมเจียวหอมๆ

    กรุงเทพฯ

  • ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ

    ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ทานอาหารต้องมีบรรยากาศ เปรี้ยวปากเช็คอินพาไปกินลมชมวิวที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden ชั้น 52 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เหมาะกับพาคนพิเศษมาดินเนอร์มื้อเย็นทานไปชมวิวเมืองกรุงยามเย็น อาหารไทยที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานระหว่างอาหารไทยและเทคนิคของอาหารต่างชาติเข้าด้วยกันยังคงรสชาติอาหารไทยไว้ แต่ละจานก็สร้างสรรค์สวยงามจนต้องขอยกกล้องขึ้นมาถ่ายก่อนลงมือชิม เริ่มกันที่ "ของว่างรวม" (790 บาท)  สะเต๊ะไก่ กุ้งโสร่งทอด ยำส้มโอ ปอเปี๊ยะปลาฟูม้วนเป็นโรล ตัดด้วย "ซุปคาปูชิโน่ดอกโสนกับหอยเชลล์ย่าง"  เมนูนี้หน้าตาฝรั่งแต่รสชาติสไตล์ไทย เติมมะนาวนิดนึงเพิ่มความเปรี้ยวทำให้เมนูนี้ไม่หนักท้องเกินไป "ยำแซลมอน" (590 บาท) หอมใบแมงลักที่ใส่มาเติมกลิ่นเฉพาะตัว เสิร์ฟมาพร้อมดอกไม้ที่สามารถทานได้ จัดจ้านแบบน้ำยำถึงเครื่อง ส่วนเมนูนี้ก็เสิร์ฟแบบพอคำ "กุ้งย่างพริกสดเสิร์ฟคู่กับข้าวตัง"ถ้าชนะเลิศเรื่องความสวย ยกให้จานนี้ "ยำมะเขือยาวปู" เพิ่มคาเวียร์ ใส่แผ่นทองคำทานได้ เมนูใต้อย่าง "แกงกะทิปูใบชะพลูกับขนมจีนไข่ต้ม" (870 บาท) ถึงเครื่องหร่อยแรงๆแบบชาวใต้ ใครที่กำลังมองหาร้านดินเนอร์ บรรยกาศดี อาหารไทยอร่อย Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ มีครบจบที่เดียว

    กรุงเทพฯ

  • บ้านผัดไทยอร่อยระดับมิชลินไกด์

    เปรี้ยวปากพาไปเช็คอินร้านบ้านผัดไทยที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ การันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018  ต้องบอกเลยว่าผัดไทยที่นี้ เก๋ที่สุดอีกร้านที่เคยไปมาเพราะตกแต่งย้อนยุคเน้นสีฟ้าตัดกับงานไม้ที่สื่อถึงยุค80 และสดๆร้อนๆ กับรางวัลการันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018 ต้องขยายนิดนึงคือรางวัลนี้ทางมิชลินจะมอบให้ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี คุ้มค่าคุ้มราคาที่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่ออาหาร 3 คอร์ส ไม่รวมเครื่องดื่ม แม้แต่เชฟและร้านเองยังเซอร์ไพรส์เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าได้รับรางวัลจนมาเห็นชื่อร้านในไกด์บุค มาดูที่พระเอกของร้าน ผัดไทยปูม้า (280 บาท) เนื้อปูก้อนเน้นชิ้นโตผัดกับเส้นจันท์ ซึ่งความพิเศษจะใช้มันปูและไข่ปูผัดลงไป ส่วนตัวซอสผัดไทยก็จะประกอบด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊ป และเครื่องปรุงอีกกว่า 18 อย่างผสมลงไปผัดไทยไก่ย่าง (190 บาท) ทางร้านอะแดปเป็นทางเลือกไม่จำเจ ซึ่งจะใช้ไก่ส่วนสะโพกนำไปหมักกับน้ำผึ้ง ย่างจนหอมเข้าเนื้อ ไก่ทอดสมุนไพร (190 บาท) งานออเดิร์ฟ เสิร์ฟมาในซุ้มไก่เล็กๆ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิถีคนไทยในสมัยก่อน เมี่ยงคะน้า (150 บาท) ทางร้านจะใช้ใบคะน้าอ่อนออแกนิกส์ และเปลี่ยนจากใส่กุ้งแห้งมาเป็นไก่รวนซีอิ๊ว คนที่แพ้กุ้งทานได้ค่ะ และกรุบกรอบด้วยกากหมู

    กรุงเทพฯ

Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน

Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน Mamarin ชื่อร้านที่มีที่มาเก๋ๆ ผสมกันระหว่างคำว่า ‘หม่าม้า’ และคำว่า ‘มารินทร์’ เป็นชื่อคุณแม่ของคุณเค้ก B5 เจ้าของร้าน บอกเล่าความอร่อยในแบบ Home Cooking จากมือและใจของแม่สู่ลูกค้า ขอเริ่มจากของทานเล่น “กุ้งแพทอดกรอบ” (85 บาท) ที่เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มอาจาด ยังมีของทานเล่น เต้าหู้ทอด แผ่นเกี๊ยวทอด สั่งมาทานเพลินๆ “ก๋วยเตี๋ยวแห้งเย็นตาโฟ” (89 บาท) ซอสเข้มข้นมาก มาพร้อมน้ำซุปดั้งเดิมแบบแยกต่างหาก ที่สำคัญยังเพิ่มเครื่องเคียงอย่างหมึกสด เต้าหู้ทอดและกุ้งแพทอดกรอบให้ได้เคี้ยวกันแบบเพลินๆ ใครที่ชอบรสชาติจัดจ้านต้อง “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกสด” (เริ่มต้น 89 บาท) เพิ่มมะนาว พริกขี้หนูสด และถั่วลิสงคั่วใหม่สับหยาบๆ อร่อยครบรส เมนูคลาสสิกต้องยกให้ “ก๋วยเตี๋ยวน้ำดั้งเดิม” (เริ่มต้น 89 บาท) ความพิเศษจะอยู่ที่น้ำซุปบ้านบึงแบบดั้งเดิมที่เคี่ยวได้รสที่กลมกล่อม ยังมาพร้อมเครื่องเคียงหมูบะช่อผสมหมึกแห้ง กุ้งแห้ง หมูสไลด์ คาตั๊งหรือเนื้อหมูส่วนติดกระดูก ตับ เกี๊ยวแผ่นทอด และกระเทียมเจียวหอมๆ

กรุงเทพฯ

ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ

ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ทานอาหารต้องมีบรรยากาศ เปรี้ยวปากเช็คอินพาไปกินลมชมวิวที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden ชั้น 52 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เหมาะกับพาคนพิเศษมาดินเนอร์มื้อเย็นทานไปชมวิวเมืองกรุงยามเย็น อาหารไทยที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานระหว่างอาหารไทยและเทคนิคของอาหารต่างชาติเข้าด้วยกันยังคงรสชาติอาหารไทยไว้ แต่ละจานก็สร้างสรรค์สวยงามจนต้องขอยกกล้องขึ้นมาถ่ายก่อนลงมือชิม เริ่มกันที่ "ของว่างรวม" (790 บาท)  สะเต๊ะไก่ กุ้งโสร่งทอด ยำส้มโอ ปอเปี๊ยะปลาฟูม้วนเป็นโรล ตัดด้วย "ซุปคาปูชิโน่ดอกโสนกับหอยเชลล์ย่าง"  เมนูนี้หน้าตาฝรั่งแต่รสชาติสไตล์ไทย เติมมะนาวนิดนึงเพิ่มความเปรี้ยวทำให้เมนูนี้ไม่หนักท้องเกินไป "ยำแซลมอน" (590 บาท) หอมใบแมงลักที่ใส่มาเติมกลิ่นเฉพาะตัว เสิร์ฟมาพร้อมดอกไม้ที่สามารถทานได้ จัดจ้านแบบน้ำยำถึงเครื่อง ส่วนเมนูนี้ก็เสิร์ฟแบบพอคำ "กุ้งย่างพริกสดเสิร์ฟคู่กับข้าวตัง"ถ้าชนะเลิศเรื่องความสวย ยกให้จานนี้ "ยำมะเขือยาวปู" เพิ่มคาเวียร์ ใส่แผ่นทองคำทานได้ เมนูใต้อย่าง "แกงกะทิปูใบชะพลูกับขนมจีนไข่ต้ม" (870 บาท) ถึงเครื่องหร่อยแรงๆแบบชาวใต้ ใครที่กำลังมองหาร้านดินเนอร์ บรรยกาศดี อาหารไทยอร่อย Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ มีครบจบที่เดียว

กรุงเทพฯ

บ้านผัดไทยอร่อยระดับมิชลินไกด์

เปรี้ยวปากพาไปเช็คอินร้านบ้านผัดไทยที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ การันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018  ต้องบอกเลยว่าผัดไทยที่นี้ เก๋ที่สุดอีกร้านที่เคยไปมาเพราะตกแต่งย้อนยุคเน้นสีฟ้าตัดกับงานไม้ที่สื่อถึงยุค80 และสดๆร้อนๆ กับรางวัลการันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018 ต้องขยายนิดนึงคือรางวัลนี้ทางมิชลินจะมอบให้ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี คุ้มค่าคุ้มราคาที่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่ออาหาร 3 คอร์ส ไม่รวมเครื่องดื่ม แม้แต่เชฟและร้านเองยังเซอร์ไพรส์เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าได้รับรางวัลจนมาเห็นชื่อร้านในไกด์บุค มาดูที่พระเอกของร้าน ผัดไทยปูม้า (280 บาท) เนื้อปูก้อนเน้นชิ้นโตผัดกับเส้นจันท์ ซึ่งความพิเศษจะใช้มันปูและไข่ปูผัดลงไป ส่วนตัวซอสผัดไทยก็จะประกอบด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊ป และเครื่องปรุงอีกกว่า 18 อย่างผสมลงไปผัดไทยไก่ย่าง (190 บาท) ทางร้านอะแดปเป็นทางเลือกไม่จำเจ ซึ่งจะใช้ไก่ส่วนสะโพกนำไปหมักกับน้ำผึ้ง ย่างจนหอมเข้าเนื้อ ไก่ทอดสมุนไพร (190 บาท) งานออเดิร์ฟ เสิร์ฟมาในซุ้มไก่เล็กๆ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิถีคนไทยในสมัยก่อน เมี่ยงคะน้า (150 บาท) ทางร้านจะใช้ใบคะน้าอ่อนออแกนิกส์ และเปลี่ยนจากใส่กุ้งแห้งมาเป็นไก่รวนซีอิ๊ว คนที่แพ้กุ้งทานได้ค่ะ และกรุบกรอบด้วยกากหมู

กรุงเทพฯ

Recommended by (sponsor)

  • ครึ่งวัน ตลาดน้อย ร้อยกว่ารูป

    วันนี้แอดเจน กับแอดนุ่ม ชวนกันมาหามุมถ่ายรูปที่ ตลาดน้อย งานนี้สองสาวเค้า Acting กันไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ เลยได้มาเบาๆ 4 - 500 รูป แต่แอดจ้อยขอคัดมาเฉพาะอันที่พอดูได้ให้ชมแล้วกันนะคะนัดนี้แก๊งเราเดินทางมาด้วย MRT ลงที่สถานีหัวลำโพง แล้วต่อรถมาที่ตลาดน้อยเลยจ้า  10.00 น. เวลากำลังดีกับการนัดกันของทริปนี้ ทุกคนมาพร้อมรวมตัวกับที่โฮสเทลเล็กๆ ตรงหน้าปากซอยเจริญกรุง 22 วันนี้ถือว่าแดดดีทีเดียว มีครึ้มบ้างแต่ใจสู้ซะอย่าง ลุยค่ะ! เราเริ่มลั่น Shutter กันตั้งแต่หน้าปากซอย ที่ตลาดน้อยจะเป็นตึกแถวแบบโบราณ เหมือนที่เราเคยดูในละครพีเรียท เดินผ่านมาเห็นประตูบ้านสีวินเทจแบบนี้ เลยต้องขอถ่ายเก็บไว้หน่อยค่ะ10.10 น. เดินเข้ามาอีกหน่อย ก็เจอกับร้านกะหรี่ปั๊บเจ้าดัง “คุณปุ๊กะหรี่ปั๊บ” ที่ใจดีหอบกระหรี่ปั๊บให้ทีมงานมา 1 กล่องใหญ่ และขนมเทียนอีกคนละ 2 ชิ้นให้ลองชิมกัน l แอดบอกแบบไม่อวยเลยว่า กะหรี่ปั๊บเค้าดีจริงๆ กรอบนอก อร่อยไส้ ไม่อมน้ำมัน ทานได้เรื่อยๆ 10.30 น. พวกเราโอ้เอ้ เดินถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ จะสุดซอยเจริญกรุง 22 (ก็จะเป็นซอยวานิช 2) ถ้าเราเลี้ยวขวา ก็จะเจอกับภาพวาดมุมฮิตอีกมุมที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูปกัน แต่ถ้าเลี้ยวซ้าย ก็จะเจอกับร้านเป็ดตุ๋นเจ้าท่า ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นร้านฮิตที่ใครมาต้องแวะกินจุดหมายของเราคือฝั่งตรงข้ามกับร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด จะเป็นทางเข้าของ “ศาลเจ้าฮ้อนหว่องกุง” หรือ “ศาลเจ้าโรงเกือก” ค่ะ จุดนี้คืออีกจุดพีคของที่นี่ ที่เราจะได้ถ่ายรูปแบบฮิพๆ กับภาพวาด Street Art ที่สะท้อนความเป็นตลาดน้อย เป็นทางยาวเกือบถึงทางเข้าศาลเจ้าเลยที่อยู่สุดซอยเลยทีเดียว 10.50 น. หลังจากไหว้ขอพร เทพเจ้าในศาลเจ้าแล้ว ก็ขอเก็บภาพบรรยากาศหน่อย เพราะศาลเจ้าที่นี่ อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดีมาก11.10 น. ออกมาจากศาลเจ้า เดินตรงตามทางเลี้ยวลัดต่ออีกหน่อย จะเจอกับ “บ้านโซวเฮงไถ่” คฤหาสน์เก๋งจีนโบราณ ที่มีสระน้ำโดดเด่นอยู่กลางบ้าน เป็นอีกหนึ่งจุดที่ใครๆ ก็ต้องมา เข้าไปอย่าลืมอุดหนุนเครื่องดื่มอย่างน้อยคนละ 1 แก้วนะคะ บอกเลยว่าเครื่องดื่มที่นี่ เติมความสดชื่นได้ดีจริงๆ แถมยังได้พักถ่ายรูปในนี้ได้อีกเป็นร้อย โดยเฉพาะมุมสระน้ำนี่แหละค่ะ  12.00 น. เที่ยงตรงเป๊ะ แอดเจนต้องทานข้าวให้ตรงเวลา พวกเราเลยได้ทานเป็ดตุ๋นเจ้าท่าคนละชามสองชาม ก่อนที่จะขึ้นเรือที่ #ท่าเรือกรมเจ้าท่า แยกย้ายกัน แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าน๊า! คุณปุ๊ กะหรี่ปั๊บ ณ ตลาดน้อย ชิ้นละ 8 บาท มี 6 ไส้ด้วยกัน คือ ไส้ไก่ , เผือก , ถั่วหวาน , ถั่วเค็ม , สับปะรด , มะพร้าว โทร 0 2237 5425 , 08 0602 2055 บ้านโซวเฮงไถ่ คฤหาสน์เก๋งจีนโบราณ เปิดอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

  • One Day Trip ราชบุรี

    #ราชบุรี เมืองน่าเที่ยว ไปกี่ครั้งก็รักเธอเสมอ ใครเตรียมวางแผนเที่ยวช่วงวันหยุดที่ใกล้จะถึงนี้ จะไปแบบค้างคืน หรือเช้าไปเย็นกลับก็สามารถน๊า.. มาค่ะ ไปเช็คอิน ฟิน เที่ยวกันแบบเก๋ๆ ด้วยกันCheck in 1 : Secret Space ดินแดนแห่งความลับSecret Space ดินแดนแห่งความลับHighlight ของที่นี่ มีทั้งต้นไม้เขาวงกตให้เข้าไปเดินหลงกันเล่นๆ ถ่ายรูปกันแบบชิคๆ ใครหิวก็สามารถฝากท้องที่คาเฟ่ของเค้าได้ หรือถ้าเห็นต้นไม้เยอะๆ แล้วติดใจ อยากจะเอากลับไปปลูก ที่นี่ก็มีต้นไม้ให้ช้อปกันด้วยน๊า Secret Space ดินแดนแห่งความลับ   อยู่ที่ ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  เปิด วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 20.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดนขัตฤกษ์ และวันหยุดยาว เค้าจะเปิดตามปรกติจ้า) โทร 081 995 8343 Check in 2 : ร้านข้าวแกงกระทงป้าน้อยร้านข้าวแกงกระทงป้าน้อย ร้านอร่อยในตำนาน ประจำสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก กับข้าวของป้าน้อยถ้าขายบนรถไฟ ป้าจะทำไว้เป็นกระทงๆ เอาแกงราดไว้บนข้าวให้พร้อมทาน ไซส์อิ่มกำลังดี ส่วนกับข้าวก็จะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน เมนูอาจจะต้องลุ้นว่าวันนี้จะเจออะไร น๊า...แต่ความอร่อยไม่ต้องลุ้นเลยจ้าแกงพะแนงหมูเขียวหวานไก่ไข่พะโล้ร้านข้าวแกงกระทงป้าน้อย อยู่ที่ สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก โทร 08 1015 8352 Check in 3 : ห้องอาหารครัวทอข้าว ห้องอาหารครัวทอข้าว ถ้าใครที่อยากพัก หรืออยากหาอาหารอร่อยๆ ทานก่อนกลับกรุงเทพ แอดขอแนะนำ #ครัวทอข้าว กับเมนูอาหารไทยรสชาติจัดจ้าน แถมรอบๆโรงแรมยังมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปอีกเพี๊ยบบบ ห่อหมกมะพร้าวอ่อนหมูมะกรูดน้ำพริกลงเรือแกงชักส้มปลาคังห้องอาหาร ครัวทอข้าว อยู่ที่ โรงแรม ณ เวลา  เทศบาลเมืองราชบุรี เปิดทุกวัน 11.00 - 22.00 น.  โทร 0 3220 6599  

  • เมนูภูเก็ตพื้นบ้าน หร่อยแรงๆ ต้อง ร้านต้นมะยม

    ใครที่มองหาอาหารรสจัด เผ็ดร้อนตามสไตล์อาหารใต้ ห้ามพลาดกับ "ร้านต้นมะยม" ร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ตแท้ๆ ราคาไม่แรง รสแซ่บถึงใจ เป็นร้านเล็กๆ อบอุ่นเหมือนนั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน เมนูเด็ด "ขนมจีนแกงไตปลา" (60 บาท/สำหรับ 2 ที่) เพิ่มความหอมด้วยปลาโอย่าง ความพิเศษอีกอย่างคือจะใส่มะละกอแขกดำที่เกือบสุกลงไปเพื่อให้ได้ความกลมกล่อมขึ้น "น้ำพริกปลาฉิ้งฉ้าง" (120-150 บาท)  เป็นน้ำพริกกะปิ โรยหน้าด้วยปลาฉิ้งฉ้างทอดกรอบ "แกงจืดเต้าหู้ปลาเค็ม" (80 บาท) หอมปลาเค็มที่นำไปคั่วกับหมูสามชั้น "ปลาเจี๋ยน" (120-150 บาท) ความอร่อยของจานนี้อยู่ที่ปลาทอดมีความกรอบเข้าไปซึมในน้ำซีอิ๊ว "ผัดหมูเคยเค็ม" (150 บาท) จะใช้หมูเอี่ยมต้อ ที่อยู่ใต้อกตรงราวนมของหมู ซึ่งเป็นส่วนที่หายากมากและมีความอร่อยมาผัดกับเคยเค็มดอง  "แกงปลามงใส่หยวกกล้วย" เมนูที่ไม่ค่อยจะได้ยินกัน สูตรเด็ดอยู่ที่การใส่ส้มแขกลงไปด้วยเพื่อให้รสชาติที่กลมกล่อมขึ้น สัมผัสของปลามงเนื้อจะไม่นิ่มจนเกินไปเวลาทาน

ครึ่งวัน ตลาดน้อย ร้อยกว่ารูป

วันนี้แอดเจน กับแอดนุ่ม ชวนกันมาหามุมถ่ายรูปที่ ตลาดน้อย งานนี้สองสาวเค้า Acting กันไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ เลยได้มาเบาๆ 4 - 500 รูป แต่แอดจ้อยขอคัดมาเฉพาะอันที่พอดูได้ให้ชมแล้วกันนะคะนัดนี้แก๊งเราเดินทางมาด้วย MRT ลงที่สถานีหัวลำโพง แล้วต่อรถมาที่ตลาดน้อยเลยจ้า  10.00 น. เวลากำลังดีกับการนัดกันของทริปนี้ ทุกคนมาพร้อมรวมตัวกับที่โฮสเทลเล็กๆ ตรงหน้าปากซอยเจริญกรุง 22 วันนี้ถือว่าแดดดีทีเดียว มีครึ้มบ้างแต่ใจสู้ซะอย่าง ลุยค่ะ! เราเริ่มลั่น Shutter กันตั้งแต่หน้าปากซอย ที่ตลาดน้อยจะเป็นตึกแถวแบบโบราณ เหมือนที่เราเคยดูในละครพีเรียท เดินผ่านมาเห็นประตูบ้านสีวินเทจแบบนี้ เลยต้องขอถ่ายเก็บไว้หน่อยค่ะ10.10 น. เดินเข้ามาอีกหน่อย ก็เจอกับร้านกะหรี่ปั๊บเจ้าดัง “คุณปุ๊กะหรี่ปั๊บ” ที่ใจดีหอบกระหรี่ปั๊บให้ทีมงานมา 1 กล่องใหญ่ และขนมเทียนอีกคนละ 2 ชิ้นให้ลองชิมกัน l แอดบอกแบบไม่อวยเลยว่า กะหรี่ปั๊บเค้าดีจริงๆ กรอบนอก อร่อยไส้ ไม่อมน้ำมัน ทานได้เรื่อยๆ 10.30 น. พวกเราโอ้เอ้ เดินถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ จะสุดซอยเจริญกรุง 22 (ก็จะเป็นซอยวานิช 2) ถ้าเราเลี้ยวขวา ก็จะเจอกับภาพวาดมุมฮิตอีกมุมที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูปกัน แต่ถ้าเลี้ยวซ้าย ก็จะเจอกับร้านเป็ดตุ๋นเจ้าท่า ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นร้านฮิตที่ใครมาต้องแวะกินจุดหมายของเราคือฝั่งตรงข้ามกับร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด จะเป็นทางเข้าของ “ศาลเจ้าฮ้อนหว่องกุง” หรือ “ศาลเจ้าโรงเกือก” ค่ะ จุดนี้คืออีกจุดพีคของที่นี่ ที่เราจะได้ถ่ายรูปแบบฮิพๆ กับภาพวาด Street Art ที่สะท้อนความเป็นตลาดน้อย เป็นทางยาวเกือบถึงทางเข้าศาลเจ้าเลยที่อยู่สุดซอยเลยทีเดียว 10.50 น. หลังจากไหว้ขอพร เทพเจ้าในศาลเจ้าแล้ว ก็ขอเก็บภาพบรรยากาศหน่อย เพราะศาลเจ้าที่นี่ อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดีมาก11.10 น. ออกมาจากศาลเจ้า เดินตรงตามทางเลี้ยวลัดต่ออีกหน่อย จะเจอกับ “บ้านโซวเฮงไถ่” คฤหาสน์เก๋งจีนโบราณ ที่มีสระน้ำโดดเด่นอยู่กลางบ้าน เป็นอีกหนึ่งจุดที่ใครๆ ก็ต้องมา เข้าไปอย่าลืมอุดหนุนเครื่องดื่มอย่างน้อยคนละ 1 แก้วนะคะ บอกเลยว่าเครื่องดื่มที่นี่ เติมความสดชื่นได้ดีจริงๆ แถมยังได้พักถ่ายรูปในนี้ได้อีกเป็นร้อย โดยเฉพาะมุมสระน้ำนี่แหละค่ะ  12.00 น. เที่ยงตรงเป๊ะ แอดเจนต้องทานข้าวให้ตรงเวลา พวกเราเลยได้ทานเป็ดตุ๋นเจ้าท่าคนละชามสองชาม ก่อนที่จะขึ้นเรือที่ #ท่าเรือกรมเจ้าท่า แยกย้ายกัน แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าน๊า! คุณปุ๊ กะหรี่ปั๊บ ณ ตลาดน้อย ชิ้นละ 8 บาท มี 6 ไส้ด้วยกัน คือ ไส้ไก่ , เผือก , ถั่วหวาน , ถั่วเค็ม , สับปะรด , มะพร้าว โทร 0 2237 5425 , 08 0602 2055 บ้านโซวเฮงไถ่ คฤหาสน์เก๋งจีนโบราณ เปิดอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

One Day Trip ราชบุรี

#ราชบุรี เมืองน่าเที่ยว ไปกี่ครั้งก็รักเธอเสมอ ใครเตรียมวางแผนเที่ยวช่วงวันหยุดที่ใกล้จะถึงนี้ จะไปแบบค้างคืน หรือเช้าไปเย็นกลับก็สามารถน๊า.. มาค่ะ ไปเช็คอิน ฟิน เที่ยวกันแบบเก๋ๆ ด้วยกันCheck in 1 : Secret Space ดินแดนแห่งความลับSecret Space ดินแดนแห่งความลับHighlight ของที่นี่ มีทั้งต้นไม้เขาวงกตให้เข้าไปเดินหลงกันเล่นๆ ถ่ายรูปกันแบบชิคๆ ใครหิวก็สามารถฝากท้องที่คาเฟ่ของเค้าได้ หรือถ้าเห็นต้นไม้เยอะๆ แล้วติดใจ อยากจะเอากลับไปปลูก ที่นี่ก็มีต้นไม้ให้ช้อปกันด้วยน๊า Secret Space ดินแดนแห่งความลับ   อยู่ที่ ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  เปิด วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 20.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดนขัตฤกษ์ และวันหยุดยาว เค้าจะเปิดตามปรกติจ้า) โทร 081 995 8343 Check in 2 : ร้านข้าวแกงกระทงป้าน้อยร้านข้าวแกงกระทงป้าน้อย ร้านอร่อยในตำนาน ประจำสถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก กับข้าวของป้าน้อยถ้าขายบนรถไฟ ป้าจะทำไว้เป็นกระทงๆ เอาแกงราดไว้บนข้าวให้พร้อมทาน ไซส์อิ่มกำลังดี ส่วนกับข้าวก็จะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน เมนูอาจจะต้องลุ้นว่าวันนี้จะเจออะไร น๊า...แต่ความอร่อยไม่ต้องลุ้นเลยจ้าแกงพะแนงหมูเขียวหวานไก่ไข่พะโล้ร้านข้าวแกงกระทงป้าน้อย อยู่ที่ สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก โทร 08 1015 8352 Check in 3 : ห้องอาหารครัวทอข้าว ห้องอาหารครัวทอข้าว ถ้าใครที่อยากพัก หรืออยากหาอาหารอร่อยๆ ทานก่อนกลับกรุงเทพ แอดขอแนะนำ #ครัวทอข้าว กับเมนูอาหารไทยรสชาติจัดจ้าน แถมรอบๆโรงแรมยังมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปอีกเพี๊ยบบบ ห่อหมกมะพร้าวอ่อนหมูมะกรูดน้ำพริกลงเรือแกงชักส้มปลาคังห้องอาหาร ครัวทอข้าว อยู่ที่ โรงแรม ณ เวลา  เทศบาลเมืองราชบุรี เปิดทุกวัน 11.00 - 22.00 น.  โทร 0 3220 6599  

เมนูภูเก็ตพื้นบ้าน หร่อยแรงๆ ต้อง ร้านต้นมะยม

ใครที่มองหาอาหารรสจัด เผ็ดร้อนตามสไตล์อาหารใต้ ห้ามพลาดกับ "ร้านต้นมะยม" ร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ตแท้ๆ ราคาไม่แรง รสแซ่บถึงใจ เป็นร้านเล็กๆ อบอุ่นเหมือนนั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน เมนูเด็ด "ขนมจีนแกงไตปลา" (60 บาท/สำหรับ 2 ที่) เพิ่มความหอมด้วยปลาโอย่าง ความพิเศษอีกอย่างคือจะใส่มะละกอแขกดำที่เกือบสุกลงไปเพื่อให้ได้ความกลมกล่อมขึ้น "น้ำพริกปลาฉิ้งฉ้าง" (120-150 บาท)  เป็นน้ำพริกกะปิ โรยหน้าด้วยปลาฉิ้งฉ้างทอดกรอบ "แกงจืดเต้าหู้ปลาเค็ม" (80 บาท) หอมปลาเค็มที่นำไปคั่วกับหมูสามชั้น "ปลาเจี๋ยน" (120-150 บาท) ความอร่อยของจานนี้อยู่ที่ปลาทอดมีความกรอบเข้าไปซึมในน้ำซีอิ๊ว "ผัดหมูเคยเค็ม" (150 บาท) จะใช้หมูเอี่ยมต้อ ที่อยู่ใต้อกตรงราวนมของหมู ซึ่งเป็นส่วนที่หายากมากและมีความอร่อยมาผัดกับเคยเค็มดอง  "แกงปลามงใส่หยวกกล้วย" เมนูที่ไม่ค่อยจะได้ยินกัน สูตรเด็ดอยู่ที่การใส่ส้มแขกลงไปด้วยเพื่อให้รสชาติที่กลมกล่อมขึ้น สัมผัสของปลามงเนื้อจะไม่นิ่มจนเกินไปเวลาทาน

ภูเก็ต

Follow us on INSTAGRAM